วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

10 คนดังระดับโลก ถึงเรียนไม่จบก็ประสบความสำเร็จได้ !!

1. ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Virgin
ด้วยภาพลักษณ์นักธุรกิจนอกกรอบ ตำราไหนว่าแน่พี่ขอแหก เสาะแสวงหาความท้าทาย ในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เลิกเรียนตั้งแต่อายุ 16 มาเอาดีด้วยการทำนิตยสารสำหรับนักเรียนเป็นธุรกิจ ค่อยๆ ขยายธุรกิจอื่นๆ มากมาย ไม่เว้นแม้แต่สายการบิน เป็นเพลย์บอยแถมรวยภาพที่ปรากฏก็เลยแสบๆ อย่างที่เห็น
 โคโค แชลแนล (CoCo Chanel) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Channel
2. โคโค แชลแนล (CoCo Chanel) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Channel
เธอเกิดมากำพร้า เริ่มอาชีพเป็นเพียงช่างเย็บผ้า ในยุคที่สตรีต้องตัดชุดสตรีเท่านั้น แชนแนลผลักดันตัวเองอย่างกล้าหาญด้วยการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและผสมผสานเนื้อผ้า สร้างเอกลักษณ์ให้ผลงานของเธอ แต่ที่สร้างชื่อให้เธอเป็นที่จดจำตลอดกาลคือ คือ น้ำหอม แชนแนลหมายเลข 5 อันโด่งดังนั่นเอง
3. ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) : ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dell
ไปไหนก็จะเห็นคอมพิวเตอร์-โน้ทบุ๊คยี่ห้อ Dell กันใช่ไหม ผู้ก่อตั้งคือ ไมเคิล เดลล์ เขาหยุดเรียนตั้งแต่อายุ 19 มาก่อตั้งบริษัท PC’s Limited ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Dell, Inc และผันตัวเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดในโลก ในปี 1996 เดลล์ได้มอบทุนให้มหาลัยเทกซัสจำนวน 50 ล้านเหรียญ (ราวๆ 2,000 ล้านบาท) เพื่อยกระดับสุขภาพและการศึกษาของเยาวชน
4.เฮนรี่ ฟอร์ด (Henry Ford) : ผู้ก่อตั้ง Ford Motor
เขาออกจากบ้านตอนอายุ 16 ปีเพื่อเป็นช่างยนต์ ภายหลังก่อตั้ง บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ดำเนินอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ซึ่งรถที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกคือรุ่น Ford Model T ผลกำไรทำให้ขยายกิจการ และริเริ่มวางสายการผลิตแบบอัตโนมัติ
5. บิล เกตส์ (Bill Gates) : ผู้ก่อตั้ง Microsoft
ติด อันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกปี 1995 – 2006 ช่วงวัยรุ่นหยุดเรียนเพราะมุ่งมั่นมากที่ จะตั้งบริษัทผลิตซอฟท์แวร์ ชื่อความหมายเล็กจิ๋วว่า บริษัทไมโครซอฟท์ รวยล้นฟ้าแล้วยังใจบุญ เพราะครอบครัวบิลก่อตั้ง มูลนิธิ บิล & มาลิดา เกตส์ คอยช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพแก่คนทั้งโลก
6.สตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) : ผู้ก่อตั้งและสร้างความยิ่งใหญ่ ให้แบรนด์ Apple
เรียนมหาวิทยาลัยได้เทอมเดียวก็ไปทำงานให้กับ บริษัท อาตาริ ก่อนที่จะควบรวมเป็น บริษัท แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ แต่ชื่อมันยาว เดี๋ยวนี้เลยตัดเหลือเพียง แอปเปิ้ล แบรนด์ล้ำๆ ที่ทำให้คนทั้งโลกคลั่ง กับผลงานล่าสุดอย่าง iPad และ iPhone 4 ครั้งหนึ่งสตีฟ จ็อปส์เคยเป็น CEO ให้ Pixar ก่อนที่จะควบรวมกับ วอลท์ ดีสนีย์
7. เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) : ผู้กำกับระดับออสการ์
หยุด เรียนตอนปี 2 ไปทำงานรับจ้างทั่วไป ทั้งขับรถบรรทุกและงานเขียน ระหว่างนั้นก็พยายามเรียนด้าน สเปเชียล เอฟเฟค ด้วยตนเอง จากวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาในห้องสมุด หลังจากดูหนัง สตาร์วอร์ จึงเลิกขับรถบรรทุก ไปหางานในวงการภาพยนตร์ทำ จากงานผู้ช่วย ก็ผันมาเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่กลายเป็นตำนาน อย่าง คนเหล็ก 2, ไททานิค และ ภาพยนตร์ 3D สุดอลังการอย่าง อวตาร (Avatar)
8.เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) : นักร้องซุปเปอร์สตาร์ หลุดโลก
กว่าจะเป็นราชินีเพลงป๊อปแดนซ์และเจ้าแม่แฟชั่นหลุดโลกคนนี้ เธอหัดเปียโนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เริ่มเขียนโน้ตเปียโนตอน 13 พออายุ 17 ปีก็แต่งเพลงเอง จนกระทั่งปีสองเทอมสอง เธอหยุดเรียนและหันไปเอาดีในอาชีพดนตรี ด้วยเงินเพียงน้อยนิด จนประสบความสำเร็จในชื่อ “เลดี้ กาก้า” ที่ทั้งโลกรู้จัก ชื่อที่ผันมาจากชื่อเพลง “เรดิโอ กา ก้า”
9. ไทเกอร์ วู๊ดส์ (Tiger Woods) : อดีตนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลก
เล่นกอล์ฟตั้งแต่เดินได้ โชว์วงสวิงให้โลกตะลึงตอนอายุ 2 ขวบ เอาชนะพ่อตัวเองได้ตอน 11 ขวบ หลังจากคว้าแชมป์รายการดังมากมาย จึงตัดสินใจหยุดเรียนและเปลี่ยนเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ ขณะอยู่ปี 2 ผูกขาดตัวเองเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกมานานหลายปี
10. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) : ผู้ก่อตั้ง Facebook
ผู้ก่อตั้ง Facebook ที่คนทั้งโลกติดกันงอมแงม พัฒนาเฟสบุ๊คกับเพื่อนร่วมชั้น ตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่ ฮาวาร์ด หลังจากที่เฟสบุ๊คได้รับความนิยมและทำเงินมหาศาล ก็หยุดเรียน เพื่อเป็นผู้บริหารของเฟสบุ๊คเต็มตัว ปัจจุบันเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดในโลก

ประวัติ "ดินสอ"


ดินสอ, ประวัติดินสอ, นักเรียน, การเรียน, เด็กเรียน, อุปกรณ์การเรียน, เขียน
ในสมัยอดีต การเขียนเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นแบบแผนทางวัฒนธรรม ตำรา หรือการวาดรูป มนุษย์ในสมัยก่อนใช้อุปกรณ์ที่เป็นแปรงหรือกิ่งไม้เล็กๆ และเหล็กที่มีปลายแหลม นำไปเผาไฟจุ่มลงในน้ำหมึกเพื่อใช้ในการขีดเขียน ( ภาษาโรมันเรียกแปรงหรือเหล็กแหลมนี้ว่า " Pencillus " หรือ " Little tail " ซึ่งต่อมากลายเป็นคำว่า " Pencil " มีความหมายว่า " หางน้อย " ) ส่วน " ปากไก่ หรือ ปากกาขนห่าน " เริ่มมีการประดิษฐ์ขึ้นใช้ในทวีปยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 6
ดินสอ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำด้วยไม้แท่งเล็กๆ ยาวประมาณ 7 นิ้ว บรรจุภายในด้วยแกรไฟต์ นับว่าเป็นเครื่องมือของการขีดเขียนที่มีราคาถูกที่สุด ในการทำงานด้านการเขียนต่างๆ ที่ยังไม่แน่ใจในความถูกต้อง และอาจจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงผลงานต่างๆ อาทิเช่น งานวาดรูป งานออกแบบเสื้อผ้า ฯลฯ ไปจนถึงสูตรทำระเบิดนิวเคลียร์ ต่างก็เกิดขึ้นจากดินสอทั้งนั้น
กำเนิดและประวัติของดินสอ เมื่อประมาณ 400 กว่าปีก่อน บาทหลวงชาวสวิสเซอร์แลนด์ได้เป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องเขียนที่ทำจากขนนกขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ใช้ต้นทุนค่อนข้างสูงและไส้ดินสอมีความเปราะเกินกว่าจะใช้ในงานเขียนปกติได้ ทำให้งานเขียนช้ามาก ต่อมาในปี ค.ศ. 1564 ได้มีการค้นพบวัสดุที่ใช้ทำไส้ดินสอได้ดีโดยบังเอิญ เนื่องจากเกิดพายุใหญ่ในทุ่งเลี้ยงแกะ ใกล้กับหมู่บ้านบอร์โรว์เดล ตำบลคัมเบอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ ต้นไม้ใหญ่ถูกพายุพัดถอนรากถอนโคนเป็นจำนวนมาก หลังจากพายุสงบชาวบ้านได้พบหินสีดำอยู่ใต้ดิน ณ บริเวณรากของต้นไม้ที่โค่นล้ม เมื่อทดลองนำมาขีดเขียน ปรากฏว่ามีความคมชัดดีมาก คนเลี้ยงแกะจึงนำมาเขียนสัญลักษณ์ลงบนตัวแกะของตนเอง หินสีดำที่ค้นพบในครั้งนั้นคือ แกรไฟต์ ( Graphite เป็นคาร์บอนชนิดหนึ่ง )
หลังจากนั้นไม่นานมีผู้นำหินนี้มาทำเป็นแท่งและนำไปขายโดยโฆษณาว่าเป็น " หินสี " สามารถนำไปเขียนบนสิ่งใดก็ติดทั้งนั้น พ่อค้านิยมซื้อไปเขียนตราสัญลักษณ์และทำเครื่องหมายบนสินค้า หรือหีบห่อที่บรรจุสินค้าของตน เพื่อเป็นการบอกชนิด จำนวน และราคาของสินค้านั้นๆ ดินสอ, ประวัติดินสอ, นักเรียน, การเรียน, เด็กเรียน, อุปกรณ์การเรียน, เขียนต่อมาพระเจ้าจอร์ช ที่ 2 ได้ยึดเหมืองแร่แกรไฟต์แห่งบอร์โรว์เดลให้เป็นของรัฐ โดยเข้าไปดำเนินการแบบผูกขาด (แกรไฟต์ เป็นวัตถุสำหรับทำกระสุนปืนใหญ่) ไม่ต้องการให้ประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง เกรงจะถูกแย่งชิง โดยเปิดดำเนินการปีละ 2 - 3 เดือน เท่านั้น เพื่อเป็นการสงวนทรัพยากรธรรมชาติและลดต้นทุนในการผลิต ขณะหยุดดำเนินการจะห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้ามาภายในเหมืองแร่อย่างเด็ดขาด ครั้งแรกที่ผลิตแท่งแกรไฟต์ออกจำหน่ายได้พบว่ามีข้อบกพร่องอยู่ 2 ประการ คือ เวลาเขียนจะมีสีดำสกปรกติดมือ และเปราะแตกหักง่าย จึงทำการแก้ไขด้วยการนำเชือกเส้นเล็กๆพันไว้รอบจนแน่นตลอดแท่ง แล้วคลายออกทีละน้อยเวลาใช้ขีดเขียนเพื่อไม่ให้สีดำติดมือ ส่วนการเปราะและแตกหักง่ายได้รับการแก้ไขให้ใช้งานได้ดีขึ้น ในปี ค.ศ. 1761 คาสปาร์ เปเปอร์ (ช่างงานฝีมือชาวบาวาเรีย) ซึ่งอดีตเป็นนักเคมี ได้นำแท่งแกรไฟต์ไปบดให้ละเอียดแล้วผสมด้วย กำมะถัน พลวง และยางสน จากนั้นจึงนำไปใส่ในพิมพ์ทำเป็นแท่ง
เพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้งาน ปี ค.ศ. 1795 พระเจ้านโปเลียนที่ 1 มีรับสั่งให้ นิโคลาส แจ๊ค ดังเต้ ซึ่งเป็นหัวหน้านักเคมีและนักประดิษฐ์ชั้นแนวหน้าของประเทศฝรั่งเศส นำแกรไฟต์ที่สามารถหาได้ทั้งหมดในฝรั่งเศสมาทำเป็นดินสอ แต่เมื่อนานเข้าทำให้เกิดการขาดแคลนแกรไฟต์ นิโคลาสจึงได้นำเอาแกรไฟต์มาบดเป็นผงแล้วผสมเข้ากับดินเหนียวชนิดหนึ่ง (Clay) ในสัดส่วนที่แตกต่างกันเพื่อหาส่วนผสมที่ดีที่สุด แล้วจึงนำไปเข้าเตาเผา จนกลายเป็นต้นตำรับของการทำดินสอ คือ เนื้อเหนียวขึ้น ไม่หักเปราะง่าย และด้วยการเพิ่มดินเหนียวเข้าไปตามอัตราส่วนนี้เองทำให้สามารถผลิตไส้ดินสอออกมาได้หลายขนาด คือ แข็ง ( Hard ) หรือ H ลงมาจนอ่อนสามารถเขียนได้ติดดำสนิท ( Black ) หรือ B ซึ่งในปัจจุบันมีตั้งแต่ 5 H และ 6 B เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ต่อมาชาวอเมริกัน ชื่อ วิลเลียม มอนโร ซึ่งเป็นช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ได้ประดิษฐ์เครื่องมือสำหรับผลิตดินสอขนาดมาตรฐานได้สำเร็จ สามารถตัดไม้ออกเป็นแผ่นบางๆ ยาวประมาณ 6-7 นิ้ว เซาะเป็นร่องเล็กๆตลอดความยาวของแผ่นไม้ เพื่อบรรจุแท่งแกรไฟต์ และใช้ไม้อีกแผ่นหนึ่งเซาะร่องไว้อย่างชิ้นแรก นำมาทากาวแล้วประกบลงไป ซึ่งเป็นดินสอที่มีไม้หุ้มและเป็นดินสอที่ทันสมัยแท่งแรกของโลก เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ในการขีด - เขียน ที่มีราคาถูกและ สะดวก รูปร่างกระทัดรัดและสวยงาม เป็นที่ยอมรับในทุกวงการ ทำให้ปากกาขนห่านจุ่มน้ำหมึกในสมัยนั้นเสื่อมความนิยมไปดินสอ, ประวัติดินสอ, นักเรียน, การเรียน, เด็กเรียน, อุปกรณ์การเรียน, เขียน
วัสดุที่ใช้ทำดินสอ ในปัจจุบันดินสอทำด้วยวัตถุดิบที่แตกต่างกันออกไปกว่า 40 ชนิด แต่ดินสอที่ดีที่สุด คือดินสอที่ใช้อุปกรณ์ในการทำดังนี้
Graphite จากประเทศศรีลังกา มาดากัสการ์ และเม็กซิโก
Clay จากประเทศเยอรมัน
ยาง (ใช้ทำยางลบ) จากประเทศมาเลเซีย
แร่พลวง (ใช้เป็นตัวเชื่อมของ Graphite กับ Clay) จากประเทศเบลเยี่ยม และตามบริเวณชายฝั่งของประเทศเดนมาร์กเท่านั้น ไม้ที่นำมาห่อหุ้มแท่งดินสอส่วนใหญ่จะทำจาก "ไม้ซีดา" ที่มีอายุ 200 ปีขึ้นไป เป็นไม้ที่มีกลิ่นหอม โดยนำมาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย จะพบบนเขาสูงๆเท่านั้น ( ไม้ซีดาเป็นไม้ที่มีเนื้ออ่อนและเหลาง่าย )
กระบวนการในการทำดินสอ นำไม้ที่ตัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเล็กๆ ( ขนาด 3 X 3 นิ้ว ) ไปตากแดดหรืออบจนแห้งสนิทจากนั้นจึงนำมาตัดให้เป็นแผ่นบางๆ หนา 5 ม.ม. ( ครึ่งหนึ่งของความกว้างของดินสอ) แล้วจึงนำไปเข้าเครื่องเซาะร่องสำหรับบรรจุไส้ดินสอ หลังจากนั้นใช้ไม้อีกชิ้นหนึ่งมาประกบด้วยการติดกาว เข้าเครื่องตัดเป็นแท่ง พ่นสี ติดตรา และติดยางลบ ก่อนที่จะนำออกจำหน่ายต่อไป ซึ่งบริษัทผู้ผลิตสามารถผลิตดินสอให้แตกต่างในการใช้งานได้กว่า 300 ชนิด รวมทั้งดินสอที่สำหรับใช้ในทางศัลยกรรมของแพทย์ เนื่องจากดินสอชนิดนี้สามารถนำมาขีดเขียนบนผิวหนังของคนไข้ได้
รูปร่างและขนาดของดินสอ ดินสอมาตรฐานมีความยาว 7 นิ้ว แท่งหนึ่งๆสามารถลากเส้นได้ยาวถึง 35 ไมล์ เขียนได้อย่างน้อย 45,000 คำ เหลาดินสอ 17 ครั้ง จะเหลือเศษความยาวเพียง 2 นิ้ว บางชนิดจะติดยางลบ ไว้ด้วยเพื่อให้สะดวกในการใช้งาน สีที่นิยมใช้มากที่สุด คือ สีเหลือง บริษัทผู้ผลิตได้พยายามทำออกจำหน่ายหลายสีด้วยกัน เช่น สีเขียว สีแดง สีน้ำเงิน แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับสีเหลือง
ชนิดของดินสอ ปัจจุบันดินสอแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ ดินสอดำ ( Lead Pencil ) คือดินสอที่นิยมใช้กันทั่วๆไป ไส้ดินสอทำจากถ่านแกรไฟต์ผสมกับดินเหนียว ( Clay ) ใช้ตัวอักษร B ( Black ) และ H ( Hard ) กำหนดความแข็งและความเข้มของไส้ดินสอ ขนาด 6 B จะมี Clay ผสมน้อย ส่วนขนาด 6 H จะมี Clay ผสมมากที่สุด ดินสอที่มีความเข้มน้อยจะใช้ในการร่างภาพ ส่วนดินสอที่มีความเข้มมากจะใช้ในการแรเงา ดินสอคาร์บอน ( Carbon Pencil ) หรือดินสอถ่าน ทำจากส่วนผสมของถ่านไม้ (Charcoal) ไส้ดินสอดำคล้ายถ่านไม้ มีชนิดแข็งและอ่อน ลำดับจาก HH (แข็งมาก),HB(ปานกลาง ), B(ไส้อ่อนแต่ดำ),BB (ดำมาก),BBB (ดำที่สุด) บางบริษัทใช้ตัวอักษร E แทนตัวอักษร B

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Natasha St Pier - Un Ange Frappe A Ma Porte เพลงเพราะมากกกกก♥



Un signe, une larme,

Un mot, une arme,

Nettoyer les étoiles à l'alcool de mon âme

Un vide, un mal

Des roses qui se fanent

Quelqu'un qui prend la place de

Quelqu'un d'autre

Un ange frappe a ma porte

Est-ce que je le laisse entrer

Ce n'est pas toujours ma faute

Si les choses sont cassées

Le diable frappe a ma porte

Il demande a me parler

Il y a en moi toujours l'autre

Attiré par le danger

Un filtre, une faille,

L'amour, une paille,

Je me noie dans un verre d'eau

J'me sens mal dans ma peau

Je rie je cache le vrai derrière un masque,

Le soleil ne va jamais se lever.

Un ange frappe a ma porte

Est-ce que je le laisse entrer

Ce n'est pas toujours ma faute

Si les choses sont cassées

Le diable frappe a ma porte

Il demande a me parler

Il y a en moi toujours l'autre

Attiré par le danger

Je ne suis pas si forte que ça

Et la nuit je ne dors pas,

Tous ces rêves ça me met mal,

Un enfant frappe à ma porte

Il laisse entrer la lumière,

Il a mes yeux et mon coeur,

Et derrière lui c'est l'enfer

Un ange frappe a ma porte

Est-ce que je le laisse entrer

Ce n'est pas toujours ma faute

Si les choses sont cassées (X2)

Ce n'est pas toujours ma faute

Si les choses sont cassées


ป้าย, ฉีกขาด,

คำ, อาวุธ,

ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ดาวจากจิตวิญญาณของฉัน

ที่ว่างเปล่า, ไม่ดี

ดอกกุหลาบที่จางหายไป

ใครสักคนที่จะเกิดขึ้นจาก

คนอื่น

ทูตสวรรค์เคาะประตูของฉัน

ฉันจะปล่อยให้ไป

มันไม่ใช่ความผิดของฉันเสมอ

หากสิ่งที่จะแตก

ปีศาจเคาะที่ประตูของฉัน

เขาถามฉันที่จะพูด

มีเสมออื่น ๆ ในตัวผม

ดึงดูดด้วยอันตราย

ตัวกรองข้อบกพร่อง,

ความรัก, ฟาง,

ผมจมน้ำในแก้วน้ำ

J'me รู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง

ผมหัวเราะผมซ่อนความจริงที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก,

ดวงอาทิตย์จะไม่เพิ่มขึ้น

ทูตสวรรค์เคาะประตูของฉัน

ฉันจะปล่อยให้ไป

มันไม่ใช่ความผิดของฉันเสมอ

หากสิ่งที่จะแตก

ปีศาจเคาะที่ประตูของฉัน

เขาถามฉันที่จะพูด

มีเสมออื่น ๆ ในตัวผม

ดึงดูดด้วยอันตราย

ฉันไม่ว่าที่แข็งแกร่ง

และในเวลากลางคืนผมนอนไม่หลับ

ความฝันทั้งหมดเหล่านั้นที่ทำให้ฉันป่วย

เด็กเคาะประตูของฉัน

ซึ่งช่วยให้ในที่มีแสง,

เขามีตาและหัวใจของฉันของฉัน

และข้างหลังเขาคือนรก

ทูตสวรรค์เคาะประตูของฉัน

ฉันจะปล่อยให้ไป

มันไม่ใช่ความผิดของฉันเสมอ

หากสิ่งที่จะแตก (X2)

มันไม่ใช่ความผิดของฉันเสมอ

หากสิ่งที่จะแตก


ขอบคุณเนื้อเพลงจาก http://the-thai-lyrics.com/song/show/1084206/natasha-st-pier/lyrics-and-translation-un-ange-frappe-ma-porte/

วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

มารู้จักกับ "โลจิสติกส์"




มารู้จักกับ "โลจิสติกส์"


โลจิสติกส์ (Logistics) เป็นคำที่มาจากภาษากรีกแปลว่า “ศิลปะในการคำนวณ” ในสมัยโบราณ รวมทั้งในสมัยปัจจุบัน มีการกล่าวถึง การส่งกำลังบำรุงทางทหาร และการประสบชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้ในสงครามโดยอาศัยความเข้มแข็ง หรือความอ่อนแอของสมรรถนะในเชิงโลจิสติกส์
คำนิยามที่ใช้นิยามการจัดการโลจิสติกส์ในระดับสากลนั้นจะเป็นคำนิยามจาก The Council of Logistics Management (CLM) ซึ่งได้ให้คำนิยามการจัดการด้านโลจิสติกส์ไว้ว่า 
“กระบวนการในการวางแผน ดำเนินการ และควบคุมประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการไหล การจัดเก็บวัตถุดิบ สินค้าคงคลังในกระบวนการ สินค้าสำเร็จรูป และสารสนเทศที่เกี่ยวข้องจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดที่มีการใช้งาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค” 
นอกจากนั้นแล้ว Logistix Partners Oy, Helsinki, Fl ให้คำนิยามโลจิสติกส์ธุรกิจว่า
“โครงสร้างของการวางแผนทางธุรกิจ สำหรับการบริหารจัดการกับวัตถุดิบ การบริการการไหลของข้อมูล และเงินทุน ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่มีความซับซ้อน การติดต่อสื่อสาร และกระบวนการควบคุม ให้ตรงกับความต้องการในสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบัน

พันธกิจของการบริหารโลจิสติกส์ คือ การวางแผนการดำเนินงานและประสานการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆที่มุ่งบรรลุผลในด้านการตอบสนอง ความต้องการของลูกค้า โดยการนำเสนอบริการและคุณภาพในระดับที่เหนือกว่า ด้วยต้นทุนการดำเนินงานที่สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำนิยามที่เกี่ยวข้อง 
• วิศวกรรมโลจิสติกส์ (Logistics Engineering) 
• โลจิสติกส์แบบย้อนกลับ (Reverse Logistics) 
• Production Logistics 
• Consumer Logistics 
• Third Party Logistics 
• Global Logistics

บทบาทของโลจิสติกส์

โลจิสติกส์เป็นกุญแจสำคัญในระบบเศรษฐกิจสองแนวทาง คือ
• โลจิสติกส์เป็นรายจ่ายที่สำคัญสำหรับธุรกิจต่างๆ และจะส่งผลกระทบและได้รับผลกระทบจากกิจกรรมอื่น ในระบบเศรษฐกิจ การปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการด้านโลจิสติกส์ จะส่งผลโดยตรงต่อการปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมให้ดีขึ้นได้ 
• โลจิสติกส์ได้รองรับการเปลี่ยนแปลงและกระบวนการของธุรกรรมทางเศรษฐกิจ และได้กลายเป็นกิจกรรมสำคัญในด้านการสนับสนุนการขายเสมือนหนึ่งเป็นสินค้าและบริการด้วย 
• โลจิสติกส์เป็นการเพิ่มอรรถโยชน์ทางด้านเวลาและสถานที่ โดยให้มีการนำสินค้าที่ลูกค้าต้องการเพื่อบริโภคหรือเพื่อการผลิตไปยังสถานที่ที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องการ ในสภาพที่ต้องการ และในต้นทุนที่ต้องการ 

พัฒนาการจัดการโลจิสติกส์
พัฒนาการของโลจิสติกส์ในช่วงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 เป็นต้นมา อาจสรุปได้ดังนี้


โลจิสติกส์ด้านการทหารโลจิสติกส์เริ่มเป็นที่รู้จักในครั้งแรกสืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามอ่าวเปอร์เซีย ในความสามารถการกระจายและจัดเก็บยุทธภัณฑ์และกำลังพลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นกุญแจสำคัญในชัยชนะของกองทัพสหรัฐในครั้งนั้น

การแข่งขันที่รุนแรง
จากการที่อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้น โลจิสติกส์จึงได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น จากการที่โลจิสติกส์เป็นต้นทุน ในการดำเนินที่สำคัญตัวหนึ่ง ต้นทุนจากโลจิสติกส์จึงเป็นสิ่งที่กำหนด ความอยู่รอดสำหรับหลายๆ องค์กร นอกจากนี้อุตสาหกรรมยุคโลกาภิวัฒน์ยังได้ส่งผลกระทบ ต่อโลจิสติกส์ในหลายแนวทางดังนี้ 
• การแข่งขันระดับโลกที่มากขึ้น โลจิสติกส์เป็นตัวตัดสินเนื่องจากองค์กรภายในประเทศจะต้องเพิ่มความน่าเชื่อถือ และมีการตอบสนองที่รวดเร็วต่อตลาดที่อยู่ใกล้เคียงมากกว่าคู่แข่งที่อยู่ไกลออกไป 
• องค์กรที่ซื้อขายระหว่างคู่ค้า จะพบว่าโซ่อุปทานมีต้นทุนสูงและความซับซ้อนมากขึ้น การบริหารโลจิสติกสืที่ดีจึงมีความจำเป็นเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันอย่างเต็มที่ทั่วโลก

กิจกรรมหลักในการจัดการโลจิสติกส์
กิจกรรมต่างๆ ที่อยู่ในขอบข่ายการกระบวนการโลจิสติกส์ ประกอบด้วย
• งานบริการลูกค้า 
• การวางแผนเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของอาคารโรงงาน คลังสินค้า 
• การพยากรณ์และการวางแผนอุปสงค์ 
• การจัดซื้อจัดหา 
• การจัดการสินค้าคงคลัง 
• การจัดการวัตถุดิบ 
• การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ 
• การบรรจุหีบห่อ 
• การดำเนินการกับคำสั่งซื้อ 
• การขนของและการจัดส่ง 
• โลจิสติกส์ย้อนกลับ (อาทิเช่น การจัดการสินค้าคืน) 
• การจัดการกับช่องทางจัดจำหน่าย 
• การกระจายสินค้า 
• คลังสินค้าและการเก็บสินค้าเข้าคลัง 
• การจราจรและการขนส่ง 
• กิจกรรมการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ 
• การรักษาความปลอดภัย 

การเชื่อมประสานกันของกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้เพื่อบรรลุถึง ความร่วมมือกันในการวางแผน, การดำเนินการ, การควบคุมสินค้าและการบริการ และการไหลของข้อมูลผ่านองค์กรอย่างประสานสอดคล้องมีประสิทธิภาพ คือ สิ่งที่รู้จักกันทุกวันนี้ว่า โลจิสติกส์ 
สรุปแล้ว การจัดการโลจิสติกส์ คือ กระบวนการจัดการและกระบวนการสารสนเทศ ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนแกนกลาง ในการแสวงหาแหล่งของวัตถุดิบและบริการ, การจัดหา, การเก็บสินค้าเข้าคลัง และการจัดส่งผลิตภัณฑ์ ที่ถูกต้องไปยังสถานที่ที่ถูกต้องในเวลาที่พอเหมาะ โดยมีการเก็บสินค้าคงคลัง, การสิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย, ความเพียรพยาม. และเงินทุน น้อยที่สุดเพื่อที่จะทำให้ลูกค้าพึงพอใจ อย่างมีประสิทธิผล

http://blog.eduzones.com/futurecareer/12573 

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เรื่องน่ารู้ก่อน เที่ยวสเปน..!

คำแนะนำนักท่องเที่ยวสำหรับการเดินทางไป สเปน ภาพรวมความปลอดภัย และความมั่นคง ภัยจากการก่อการร้าย
สเปน เป็นประเทศยุโรปแห่งเดียว ที่ยังมีกลุ่มก่อการร้ายที่ยังไม่ยอมวางอาวุธ ได้แก่ กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนบาสก์ หรือ ETA ซึ่ง ก่อการวินาศกรรมด้วยการวางระเบิด และฆาตกรรมสังหารเจ้าหน้าที่ ทางการและพลเรือนในสเปน โดยหนล่าสุดได้แก่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2552 อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ในขณะนี้ กลุ่ม ETA ได้ประกาศหยุดยิง แต่ยังคงมีความเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลสเปนอยู่บ่อยครั้ง และกลุ่ม ETA ยังไม่ประกาศว่าจะยอมวางอาวุธ
เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว สเปน
การประท้วง/นัดหยุดงาน
ขณะนี้ สเปน ประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ เกิดสภาวะปัญหาข้าวยากหมากแพง จึงมีการนัดหยุดงาน และชุมนุมประท้วงรัฐบาลบ่อยครั้ง การนัดหยุดงานของกลุ่มแรงงานต่างๆ ในสเปนส่วนใหญ่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยสถานภาพแรงงานของสเปน (Ley de Estatuto de los Trabajadores) ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจสเปนได้ทวีความรุนแรงขึ้นมาก จึงมีการนัดหยุดงานที่ไม่เป็น ไปตามกฎหมายแรงงานสเปนด้วย อาทิ การนัดหยุดงานของกลุ่มพนักงานหอบังคับการบิน โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า (wild cat trike) เพื่อเรียกร้องสิทธิด้านแรงงาน เมื่อวันที่ 3-4 ธันวาคม 2553 และการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม 15 พฤษภา  “Mayo 15″ หรือ 15 M (ซึ่งในภายหลังเปลี่ยนชื่อไปอีกหลายครั้งตามเดือนที่จัดประท้วง) กลุ่มผู้ประท้วงนี้เป็นกลุ่มนักศึกษาและคนสเปนที่ตกงานจำนวนมาก ซึ่งชุมนุมตามเมืองใหญ่ของสเปน อาทิ กรุงมาดริด นครบาร์เซโลนา เมืองบิลเบา เมืองเซวิญญา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องเห็นความเปลี่ยนแปลงในการเมือง สเปน ในปัจจุบัน โดยประท้วงการคอรัปชั่นของนักการเมือง ปัญหาวิกฤตตลาดแรงงาน ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ฯลฯ ทั้งนี้ ได้มีการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงดังกล่าว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นของสเปนหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้แก่ การปิดล้อมรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2555 รวมทั้ง ยังมีการชุมนุมประท้วงนัดหยุดงานของกลุ่มคนงานเหมืองแร่ ครูอาจารย์ แพทย์-พยาบาล พนักงานรถไฟใต้ดิน สายการบินแห่งชาติสเปน และกลุ่มข้าราชการภาครัฐ บ่อยครั้งในเมืองใหญ่ อาทิ กรุงมาดริด และนครบาร์เซโลนา
เรื่องน่ารู้ ก่อน เที่ยวสเปน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด จึงขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณการชุมนุม และมีการปิดถนน/พื้นที่การสัญจร ในเมืองใหญ่ทุกเมือง เนื่องจากอาจมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง กับกองกำลังของตำรวจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และกองกำลังรักษาความปลอดภัยต่างๆ ได้
นักท่องเที่ยวอาจพิจารณาหลีกเลี่ยงความยุ่งยากของการเดินทางมาถึงสเปน ในวันที่มีการนัดประท้วงหยุดงานของสายการบินหรือรถไฟ หรือการระบบการขนส่งต่างๆ โดยอาจตรวจสอบสถานการณ์ ณ วันเดินทาง กับบริษัทนำเที่ยวหรือสายการบินที่ได้ติดต่อซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2556 สายการบินแห่งชาติสเปน Iberia ได้ประกาศนัดหยุดงานประท้วง ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด และปิดพื้นที่ภายในของอาคารผู้โดยสารขาออก Terminal 4 ของท่าอากาศยานบาราฆัส
เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว สเปน

การเดินทางเข้า-ออกสเปน
สเปน อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความตกลงด้านการตรวจลงตรา Schengen ดังนั้นหาก นักท่องเที่ยวไทยได้รับการตรวจลงตราประเภท Schengen จากสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกกลุ่มประเทศ Schengen แล้ว ก็สามารถเดินทางมายังสเปนได้โดยตรง โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตราเพิ่มเติม
ไทยกับสเปน มีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกันสำหรับหนังสือเดินทางประเภทหนังสือเดินทางการทูต ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางประเภทหนังสือเดินทางราชการและหนังสือเดินทางธรรมดา ท่านยังคงต้องขอรับการตรวจลงตราเข้าสเปน ดังนั้น หากท่านยังไม่ได้รับการตรวจลงตรา Schengen ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต สเปนประจำประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทยแจ้งว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาตรวจลงตราประมาณ 2-3 สัปดาห์
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ขอเรียนว่า ทางการสเปนให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการตรวจลงตรา ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมายังสเปนโดยไม่ได้รับการตรวจลงตราที่ถูกต้อง ทางการสเปนจะดำเนินการกักตัวผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจลงตราไว้ที่จุดตรวจคน เข้าเมือง และตั้งข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย และเนรเทศ (deport) ผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจลงตรากลับไปยังเส้นทางที่เดินทางเข้าสเปน ด้วยเครื่องบิน/รถไฟเที่ยวแรกที่มี  ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด จะไม่สามารถช่วยเหลือแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ เนื่องจากไทยและสเปนไม่มีความตกลง visa on arrival
เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว สเปนSchengen Area
ในกรณีที่ท่านเดินทางมาเปลี่ยนเที่ยวบิน (transit) เพื่อเดินทางต่อไปนอกเขต Schengen แม้ว่าจะเป็นระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแนะนำให้ท่านขอรับการตรวจลงตราแบบ schengen visa multiple entries ด้วย เนื่อง จากหากเกิดเหตุสุดวิัสัย และท่านพลาดเที่ยวบินของท่าน และ/หรือจำเป็นต้องค้างคืนเพื่อรอเที่ยวบินใหม่ และ/หรือสายการบินของท่านไม่ได้ช่วยเหลือจัดหาเที่ยวบินใหม่ให้ท่าน หากท่านไม่ได้รับการตรวจลงตราแบบ schengen visa multiple entries ที่ช่วยให้ท่านเดินทางเข้า-ออก schengen ได้หลายครั้ง ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าไปยังอาคารอื่นๆ ภายในท่าอากาศยาน เพื่อติดต่อขอรับหรือซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินใหม่ หรือสามารถเดินทางเข้าเมืองเพื่อรับประทานอาหารหรือหาที่พักค้างคืนได้ เนื่องจากทางการสเปน มีกฎระเบียบการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดมาก
ทางการสเปนให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน ดังนั้น การเดินทางออกจากสเปน จึงไม่ควรพกเงินสดติดตัวเกิน 10,000 ยูโร หรือเงินสดหลายสกุลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากจะถูกตรวจค้น และหากมีเงินสดในครอบครองเกินกว่า 10,000 ยูโรต่อคน ก็อาจถูกดำเนินคดีได้ นอกจากนี้ ทางการสเปนไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขอภาษีคืน (Vat refund) จากสำนักงานศุลกากรในท่าอากาศยานแล้ว นำสินค้าที่ได้ดำเนินการขอภาษีคืนออกไปนอกบริเวณท่าอากาศยาน โดยหากได้ดำเนินการขอภาษีคืนแล้ว นักท่องเที่ยวจะต้องดำเนินเรื่องขอให้ฝากสินค้าดังกล่าวไว้กับศุลกากรของการท่าอากาศยานสเปน
การซื้อ SIMS โทรศัพท์มือถือ
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวไทยใช้ความระมัดระวังในการซื้อ SIMS โทรศัพท์มือถือสำหรับใช้ในสเปน โดยขอแนะนำให้ซื้อ SIMS โทรศัพท์มือถือเฉพาะจากบริษัทให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่เป็นที่ได้รับ การยอมรับแพร่หลาย อาทิ Movistar, Orange หรือ Vodafone และอย่าซื้อ บัตรโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศที่ไม่เป็นที่รู้จัก อาทิ บัตรโทรศัพท์ทางไกลที่ขายที่สนามบิน
ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน
สืบเนื่องจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของสเปน กอปรกับจำนวนบุคลากรที่ดูแลรักษา ความปลอดภัยมีจำกัด สเปนจึงไม่ใช่ประเทศที่ปลอดภัยสูงเช่นเมื่อก่อน โดยพบว่ามีการรายงานข่าวคดีอาชญากรรมอยู่เรื่อยๆ นอกจากนี้ สืบเนื่องจากมาตรการทางกฎหมายของสเปน ทางการสเปนจะไม่ติดตามดำเนินคดีกับการโจรกรรมที่มูลค่าของสิ่งของที่ถูก โจรกรรมไม่เกิน 400 ยูโร ดังนั้น ปัญหาโจรกรรมในสเปนจึงเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวมักจะถูกปล้นทรัพย์ และลักขโมยหนังสือเดินทางบ่อยครั้งในขณะเดินทางท่องเที่ยวในสเปน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ได้รับรายงานว่า ในกรุงมาดริด มีคดีทำร้ายร่างกาย ลักขโมย ปล้นทรัพย์ ฉกชิงวิ่งราวกระเป๋าเอกสาร กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก กระเป๋าถือสุภาพสตรี กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวีดีโอ และโทรศัพท์มือถือ ในบริเวณ Puerta del Sol บริเวณ Palacio Real Plaza Oriente บริเวณ Gran Via ย่านเขต Lavapies บริเวณตลาดนัดวันหยุด El Rastro บริเวณสถานี metro ของ Santiago Bernabeu, Sol, Atocha, Plaza Espana, Colon และ Gran Via รวมทั้ง มีรายงานเพิ่มเติมว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้จังหวะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ทันระมัดระวังตัว วิ่งเข้ามาขโมยปลดเลนส์กล้องถ่ายรูปและวิ่งหนีไป
เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว สเปน
ในนครบาร์เซโลนา มีรายงานว่า มีการล้วงกระเป๋า และการฉกชิงวิ่งราวทรัพย์สินนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณ ถนน Las Ramblas, บริเวณ Plaza de Catalunya บริเวณโดยรอบ Sagrada Familia บริเวณ Barrio Gotico และบริเวณทางลงและชานชาลาสถานี metro ในย่านสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังอย่างยิ่งในการเดินเล่นตามถนน Las Ramblas และตลาด Boqueria ในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มโสเภณีมิจฉาชีพ ซึ่งจะใช้วิธีหว่านล้อม และล่อหลอกให้เหยื่อไปใช้บริการทางเพศ และหากเหยื่อไม่ไปด้วยก็จะใช้มีดข่มขู่ชิงทรัพย์
นอกจากนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อไปชมการแสดงและเทศกาลต่างๆ ตามท้องถนนของสเปน อาทิ ขบวนแห่พิธี Easter หรือ Semana Santa เทศกาล Las Fallas และเทศกาลปามะเขือเทศ “la Tomatina” ที่แคว้นวาเลนเซีย เทศกาล San Fermin ที่แคว้นนาวารา
เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว สเปน
กลุ่มมิจฉาชีพชิงทรัพย์ในสเปน มักดำเนินการเป็นกลุ่มหรือขบวนการ โดยจะใช้วิธีการหลอกให้เหยื่อตายใจ อาทิ แต่งกายเรียบร้อยสวยงามเข้ามาทักทาย เข้ามาถามทาง เข้ามาถามเวลา เข้ามาขอแลกเงิน เข้ามาขอบุหรี่ เข้ามาขอให้ถ่ายรูปให้ เข้ามาขอเรี่ยรายบริจาคเงินให้องค์กรการกุศล (ที่ไม่มีอยู่จริง) เข้ามาขายผ้าคลุมไหล่ เพื่อนำผ้าคลุมไหล่มาทาบกับตัวนักท่องเที่ยวและล้วงกระเป๋า จนถึงแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรตำรวจปลอมเพื่อขอตรวจดู หนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวตลอดจนขอตรวจค้นยาและสารเสพติด และทำการค้นกระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือ หรือกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยว เพื่อขโมยเงิน หนังสือเดินทาง หรือสิ่งของมีค่าอย่างแนบเนียน นอกจากนี้ มิจฉาชีพสเปนได้ใช้วิธีการฉกชิงวิ่งราวทรัพย์สินโดยใช้ความอุกอาจและกำลังใน ถนนหรือสถานที่เปลี่ยวไม่มีผู้คนสัญจร อาทิ ฉกชิงวิ่งราวกระเป๋าถือสุภาพสตรีหรือกระเป๋าเดินทาง เดินประกบเหยื่อและข่มขู่ให้ส่งทรัพย์สินให้ ทุบตีศีรษะและชิงทรัพย์
สำหรับการใช้บริการรถแท็กซี่ แท็กซี่ในสเปนเกือบทั้งหมดเป็นแท็กซี่มิเตอร์ และสามารถออกใบเสร็จให้ได้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้บริการแท็กซี่ในคิวที่ท่าอากาศยานและสถานีรถไฟ และหากไม่มั่นใจว่าจะสามารถสื่อสารกับแท็กซี่เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาสเปนได้ อาจขอให้ขอโรงแรมที่พักให้เรียกรถแท็กซี่สำหรับการเดินทางสัญจรในเมืองใหญ่ โดยโรงแรมจะคิดค่าบริการเรียกแท็กซี่เพิ่มเติมบางส่วน ทั้งนี้ ในหลายเมืองในสเปน เมื่อเิดินทางถึงจุดหมาย แท็กซี่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกระเป๋า-สัมภาระ จากผู้โดยสารที่ขนกระเป๋าและสัมภาระบรรทุกขึ้นรถแท็กซี่ เพิ่มจากค่าบริการตามปกติ นอกจากนี้ ตามกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติโดยทั่วไป แท็กซี่สเปนจะไม่เรียกเก็บค่าบริการอื่น
เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว สเปน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวไทยใช้ความระมัดระวังทรัพย์สินในขณะเดินทางท่องเที่ยวในสเปนดังนี้
1. ควรเก็บหนังสือเดินทาง และบัตรเครดิตการ์ด แยกกับกระเป๋าสตางค์ที่บรรจุเงินสด เนื่อง จากกฎหมายสเปนเข้มงวดกับการใช้บัตรเครดิตการ์ดซื้อสินค้า/บริการ ว่า ผู้ใช้ต้องแสดงบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่าย ดังนั้น กลุ่มมิจฉาชีพจึงเน้นการขโมยเงินสดมากกว่าบัตรเครดิตการ์ด อย่างไรก็ตาม  มีรายงานว่า กลุ่มมิจฉาชีพในสเปนได้นำหนังสือเดินทางไทยที่โจรกรรมไปจำหน่ายให้แก่กลุ่ม อาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งทางการตำรวจไทยและสเปนต่างก็อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนกวาดล้างอยู่ใน ขณะนี้ จึงขอให้ระมัดระวังและเก็บรักษาหนังสือเดินทางไว้ให้ดีด้วย
2. ควรถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางและเอกสารจำเป็นอื่นๆ และแยกเก็บไว้ และควรพกรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3-5 ใบ เผื่อ ในกรณีถูกขโมยหนังสือเดินทางจะได้สามารถติดต่อแจ้งความต่อสถานีตำรวจสเปน และขอรับเอกสารเดินทางชั่วคราวทดแทนหนังสือเดินทางที่สูญหายได้ที่สถาน เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด
ในกรณีที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปยังประเทศอื่นทั้งในและนอกเขต Schengen visa ขอแนะนำให้สำเนาหน้า visa sticker ที่ได้รับและแยกเก็บไว้ด้วย หรือหากเป็นผู้ที่มีบัตรประจำตัวผู้มีถิ่นที่อยู่ (Resident card, Green card) หรือบัตรประจำตัวนักศึกษาต่างชาติ (student resident card) ของประเทศที่จะต้องเดินทางไปต่อจากสเปน ขอให้สำเนาแยกไว้เช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขอรับการตรวจลงตราใหม่ หากหนังสือเดินทางถูกขโมยหรือสูญหาย
3. ควรระมัดระวังทรัพย์สินตลอดเวลาที่ท่องเที่ยวในสเปน สุภาพ บุรุษไม่ควรพกกระเป๋าสตางค์หรือสิ่งของมีค่าไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง สุภาพสตรีไม่ควรวางกระเป๋าถือไว้ตามเก้าอี้ โต๊ะ ห้องน้ำร้านอาหาร ห้องน้ำโรงแรม หรือที่นั่งพักผ่อนในสวนสาธารณะโดยไม่ได้ระมัดระวัง รวมทั้ง ไม่ควรทิ้งกระเป๋าถือ/กระเป๋าเอกสารหรือกระเป๋าเดินทางไว้โดยไม่ได้เฝ้า ระวังในขณะรับประทานอาหารเช้าในห้องอาหารโรงแรม ล๊อบบี้โรงแรม ตามร้านอาหาร ตามสถานีรถไฟ สถานทีรถไฟฟ้าใต้ดิน Metro สถานีรถประจำทาง หรือด้านหน้า counter check in ในท่าอากาศยานสนามบินในสเปน  และไม่ควรนำสิ่งของมีค่าบรรจุ ในกระเป๋าเดินทางที่จะ check in ไปใต้ท้องเครื่องบิน
4. ไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับของมีค่าให้เป็นที่สะดุดตา อาทิ สร้อยคอ แหวน ตุ้มหู หรือเครื่องประดับมีค่าที่สะดุดตาอื่นๆ หรือพกพาสิ่งของมีค่าอย่างเปิดเผย อาทิ โทรศัพท์มือถือราคาแพง กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายภาพราคาแพง เนื่องจากอาจเป็นสิ่งล่อตาล่อใจกลุ่มมิจฉาชีพ
5. ควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางสัญจรในเส้นทางหรือช่วงเวลาที่เปลี่ยวผู้คน อาทิ ช่วงเช้าก่อน 08.00 น. ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือผ่านเส้นทางตรอกซอยของบริเวณเขตหรือย่านเมืองเก่า (Casco antiguo) ของเมืองต่างๆ ในสเปน หรือผ่านเส้นทางสวนสาธารณะซึ่งมักเป็นที่พักของกลุ่มคนจรจัดและมิจฉาชีพ
6. หากนักท่องเที่ยวไทยเช่ารถยนต์ขับท่องเที่ยวในสเปน ไม่ควรทิ้งสิ่งของใดๆ (ไม่จำกัดว่าเป็นของมีค่าหรือไม่) ไว้ภายในรถยนต์ เนื่อง จากจะเสี่ยงต่อการถูกทุบกระจกและชิงทรัพย์ โดยควรเก็บสิ่งของและสัมภาระทั้งหมดไว้ในช่องเก็บของด้านหน้าหรือท้ายรถให้ มิดชิด และควรล็อกประตูรถยนต์และล็อกพวงมาลัยรถยนต์ทุกครั้ง และควรจอดรถยนต์ในพื้นที่ซึ่งมีไฟถนนสว่าง มีชุมชนหรือผู้คนสัญจรไปมา หรือเป็นที่จอดรถยนต์ที่มีระบบรปภ.
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยว ควรใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ ใช้เข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารข้างหน้าข้างคนขับ และไม่ขับขี่เกินกำหนดความเร็ว 120 กม./ชม.ในถนนทางหลวงระหว่างเมือง และไม่เกิน 40 กม./ชม.ในบริเวณเมือง และให้เคารพกฎกติกาว่าด้วยการจอดรถยนต์ตามเมืองต่างๆ รวมทั้ง ไม่ขับขี่รถยนต์โดยมีอาการมึนเมา ซึ่งมีโทษต้องปรับตามกฎหมายสเปน
7. หากถูกล้วงกระเป๋าหรือถูกกลุ่มมิจฉาชีพฉกชิงทรัพย์ ไม่ควรพยายามตอบโต้กลุ่มมิจฉาชีพ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพในสเปนจะดำเนินการเป็นขบวนการ และอาจเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายร่างกาย
8. ในกรณีที่ตกทุกข์ หรือหนังสือเดินทางสูญหายหรือถูกโจรกรรม ฉกชิงวิ่งราว ขอให้ดำเนินการดังนี้
8.1. ถ้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกชิงทรัพย์ หรือถูกปล้นทรัพย์ สามารถโทรไปติดต่อตำรวจสเปนได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน 112 หรือ 091 หรือ 902 102 112 ถ้าถูกขโมยหนังสือเดินทาง ให้เดินทางไปแจ้งความด้วยตนเอง ที่สถานีตำรวจสเปนที่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด 
เวปไซต์ตำรวจสเปน www.policia.es/consejos/turismo_en.html
เวปไซต์แนะนำสถานีตำรวจและมาตรการดูแลความปลอดภัยในนครบาร์เซโลนาและแึคว้นคาตาลุนญา่ www.20gencat.cat/portal/site/mossos
8.2. เมื่อได้รับใบแจ้งความแล้ว อาจติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุล ของสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อแจ้ง/นัดหมายเวลาที่จะเข้ามาดำเนินการทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดิน ทางชั่วคราว ตามที่อยู่ Calle Joaquin Costa 29, Madrid 28002 โทร. (34) 915632903 หรือ 915637959 หรือ914115113  Email:madthai@temb.telefonica.e.net  โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดทำการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการของสเปนและไทย) ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น.
8.3. เดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตฯ ด้วยตนเองพร้อม เอกสารสำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนไทย และสำเนาใบแจ้งความ พร้อมรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 4 ใบ เพื่อกรอกข้อมูลและลงนามในใบคำร้อง เพื่อขอหนังสือเดินทางชั่วคราว/เอกสารเดินทางชั่วคราว หรือดำเนินการอื่นๆ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วันทำการ 
8.4. ภาย หลังจากที่ได้รับเอกสารเดินทางชั่วคราวจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริดแล้ว หากนักท่องเที่ยวที่ไม่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย หรือเดินทางท่องเที่ยวในสเปนต่อ แต่ประสงค์เดินทางไปยังประเทศใน Schengen อื่นๆ หรือนอกเขต Schengen นักท่องเที่ยวจะต้องดำเนินการขอรับการตรวจลงตราจากประเทศที่ประสงค์จะเดินทางไปด้วยตนเอง โดยนำหนังสือเดินทางชั่วคราวไปยื่นต่อสถานเอกอัครราชทูตของประเทศที่จะเดินทางไป เพื่อขอรับการตรวจลงตราใหม่ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาการตรวจลงตราครั้งใหม่หรือระยะเวลาการขอรับการตรวจลงตราขึ้น อยู่กับดุลยพินิจของสถานเอกอัครราชทูตแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องแต่เพียง อย่างเดียว สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเร่งรัดหรือแก้ไขผลการพิจารณาได้
ขอบคุณข้อมูลน่ารู้จาก สถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงมาดริด