วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ความหมายของ "ของขวัญ" ♥

ของขวัญ แต่ละชนิดที่เรานำมาให้กันและกัน หรือแลกเปลี่ยนกันตามเทศกาลต่างๆ ดังกล่าวล้วนมีความหมายแตกต่างกันไปในตัวของมัน

*ของขวัญ บอกอะไร*

ตุ๊กตา เป็น ของขวัญ ยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตารูปคน สัตว์ หรือสิ่งของต่าง ๆ สื่อความหมายถึงความรักที่ปนมากับความเอ็นดูและอบอุ่นอ่อนโยน
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ แสดงว่าคุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ขี้อ้อนนิดๆ ใจดีมีเมตตา น้ำใจดี อ่อนโยน อ่อนหวาน (เปรียบเหมือนคุณเล่นบทคุณแม่ที่ดูแลลูก) ช่างฝันและอ่อนไหว
ถ้าคุณเป็นผู้รับ แสดงว่าคุณจะรู้สึกว่ามีคนรักและห่วงใย เมื่อใดคุณมีความทุกข์ ความไม่สบายใจคนให้จะมาปลอบโยนคุณเสมอ

ตุ๊กตาหมี

ดอกไม้ เป็นการแสดงถึงความรู้สึกที่หวานซึ้งและร้อนแรง ต่างกับต้นไม้ตรงที่สวยอยู่ไม่ทนก็ร่วงโรย จะบอกถึงอารมณ์ที่วูบวาบ อ่อนไหวแบบสายฟ้าฟาด
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ แสดงว่าคุณเป็นคนชอบเรื่องรักใคร่ โรแมนติก อารมณ์วูบวาบ อ่อนไหวง่ายอาจตกหลุมรักง่ายและหน่ายเร็ว ขยันและ Active รสนิยมดี เข้าสังคมเก่ง ใจร้อน ดอกไม้ที่ให้หมายถึง ความรู้สึกรักร้อยเปอร์เซนต์ไม่มีตกหล่นเป็นความรู้สึกดีๆ ที่มีอยู่เต็มล้น
ถ้าคุณเป็นผู้รับ แสดงว่าคนให้มีความรู้สึกดีๆ ที่จะให้เต็มปรี่ สุดแล้วแต่ผู้รับจะคิดอย่างไรก็ได้ไม่หวังได้รับสิ่งตอบแทน คุณเป็นคนพิเศษสำหรับผู้ให้เสมอ

ต้นไม้ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคุณและผู้รับเพื่อแตกหน่อเติมใบต่อไป
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ แสดงว่าคุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ติดดิน รักธรรมชาติ คุณอยากเป็นคนดูแล เอาใจ อ่อนน้อม โรแมนติค เรียบร้อย จริงจังและทุ่มเทมาก
ถ้าคุณเป็นผู้รับ แสดงว่า คุณจะรู้ถึงความรู้สึกจริงใจมั่นคง และอยากให้ความสัมพันธ์นั้นเติบโต งอกงามเหมือนต้นไม้ ผู้ให้พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อคุณ ผู้ให้จะเป็นคนหัวโบราณ จริงจัง มั่นคง อบอุ่น น่ารัก แม้จะจืดไปนิดๆ

ดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเทปเพลง แผ่น CD เครื่องดนตรีทั้งหลาย หมายถึง จิตใจที่อยากส่งมาให้
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ หมายความว่า คุณอยากให้ผู้รับ รู้สึกถึงความรู้สึกในจิตใจ ที่ไม่อาจบอกได้ แต่เป็นความรู้สึกที่แสนดี โรแมนติค หวานแหวว แถมขี้อายนิดๆ
ถ้าคุณเป็นผู้รับ เทปเพลง หรือแผ่น CD ที่เป็นเพลงรักแสดงว่าคุณกำลังถูกบอกรัก และผู้ให้เป็นคนน่ารักอบอุ่น Sensitive อ่อนโยน ช่างฝันและกำลังรอคำตอบอยู่ด้วย

ของขวัญ

เสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระโปรง กางเกง แสดงให้รู้ถึงความรู้สึก แสนพิเศษที่ลึกลงไป
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ แสดงว่าคุณต้องการดูแลและห่วงใยคนที่คุณให้ด้วยความรู้สึกที่ไม่ธรรมดา คุณมีความรู้สึกลึกซึ้งเอามาก ๆ คนที่ให้เสื้อผ้า ยังเป็นคนที่ทันสมัย ตามโลกคล่องแคล่ว สะอาดรักสวยรักงาม
ถ้าคุณเป็นผู้รับ แสดงว่าคนที่ให้คุณอยากบอกว่าเขามีความรัก ความห่วงใยอย่างล้นหลาม และต้องการจับจองเป็นเจ้าของอีกด้วย
ถ้าเป็นชุดชั้นในหรือชุดนอน แปลว่า นอกจากจะรักและห่วงใยแล้ว
ยังอยากเป็นเจ้าของทั้งตัวและหัวใจ

ภาพถ่าย - กล้องถ่ายรูปรวมทั้งโปสการ์ด เป็นการบอกถึงความรู้สึกที่ห่างกันแล้วนะ
ถ้าคุณเป็นผู้ให้ แสดงว่าคุณอยากให้เขาคิดถึงคุณเสมอกลัวว่าเขาจะลืมคุณ และอยากให้ส่งรูปถ่ายมาให้ มีอาการน้อยใจลึกๆ คนที่ให้ยังเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวรักการผจญภัย กล้าเสี่ยง และมีอารมณ์ขัน ไม่อยู่ในระเบียบ รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด
ถ้าคุณเป็นผู้รับ แสดงว่าผู้ให้รักและคิดถึงมากๆ อยากอยู่ใกล้ชิดคล้ายเป็นภาพแทนใจ หรือบอกว่าคุณเป็นคนเข้าถึงยาก อยากให้เปิดใจกว้างมากกว่านี้

เครื่องกีฬา แสดงว่าเขาต้องการให้คุณฝึกฝนกีฬาต่อไป

หนังสือ แสดงถึง ความหมายของหัวใจและความรักความหวังดี ที่มีต่อกัน
Image

กุหลาบแดง แสดงถึงเครื่องหมายของหัวใจแทนความรักความหวังดีที่มีต่อกัน

ขนมหวานรวมทั้งทอฟฟี่หรือช็อกโกแลต แสดงว่าคุณชอบกินและเขาอยากให้คุณได้กินของถูกใจ (อย่าตีความว่าเขาอยากให้อ้วนล่ะ)

สายสร้อย (ข้อมือหรือข้อเท้า) เป็นเครื่องหมายของความผูกพันทำนอง "โซ่ทองคล้องใจ"

ที่มา: http://www.fourbears2002.com/index.php?option=com_content&view=article&id=29:-qq&catid=7&Itemid=25

10 ตุ๊กตาผีสิงที่มีอยู่จริงพร้อมประวัติอันน่าสะพรึงกลัว T[]T

1. "ตุ๊กตาผีสิง ผูกโบว์สีแดง"
ตุ๊กตาตัวนี้ถูกซื้อมาจากร้านขายของเก่า แต่หลังจากนั้นผู้ครอบครองกลับได้ยินเสียงเด็กวิ่งรอบๆเตียงนอน ต่อมาก็ฝันว่ามีเด็กผู้หญิงชวนไปเล่นด้วย เมื่อตื่นนอนเขาเริ่มเรียบเรียงความฝัน และจำได้ว่าเด็กผู้หญิงในฝัน.... ผูกโบว์สีแดง


2. "แมนดี้" ตุ๊กตาผีขี้เล่น
หญิงสาวคนหนึ่งบริจาค "แมนดี้" หรือ "มิเรียนด้า" เป็นศิลปะวัตถุในพิพิธภัณฑ์ "เควสเนล" ประเทศแคนนาดา ตั้งแต่ปี 1991 เจ้าของเดิมของ "แมนดี้" เล่าว่า เธอมักจะตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมกับได้ยินเสียงเด็กร้องไห้โหยหวนจากห้องใต้ดิน เธอเดินตามหาเสียงร้องนั้นแต่กลับพบเพียงหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยืนยันว่าเธอปิดหน้าต่างแล้ว หลังจากที่เธอยกแมนดี้ให้กับทางพิพิธภัณฑ์ เธอก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีกเลย แต่เหตการณ์ดังกล่าวกับเกิดขึ้นกับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ บางรายกล่าวว่าแมนดี้กระพริบและจ้องมองพวกเขา ส่วนเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์มักจะเห็นเธอโผล่ไปอยู่ตามห้องต่างๆ


3. "แอนนาเบล สุดน"
"เอ็ด วอร์เรน" ชายผู้หลงใหลเรื่องเหนือธรรมชาติ ได้ตุ๊กตาตัวนี้มาจากบาทหลวงที่ขอความช่วยเหลือจากเขา เนื่องจากพยาบาลสาว 2 คน นามว่า "ดอนน่า" และ "แองจี้" ได้เจอกับวิญญาณที่สิงอยู่ในตุ๊กตาตัวนี้ ซึ่งแม่ของดอนน่าซื้อให้เป็นของขวัญ ทั้งสองเล่าวว่า "แอนนาเบล" ย้ายที่ไปเรื่อยๆ ทั้งที่มันถูกตั้งไว้บนชั้นวางของ หลังจากนั้นไม่นานตุ๊กตาตัวนี้ก็แสดงท่าทางราวกับเป็นมนุษย์ ขณะเดียวกันทั้งคู่รู้สึกเหมือนถูกแอนนาเบลจ้องมองตลอดเวลา ในที่สุดมันก็ทำร้ายพวกเธอจนต้องมอบตุ๊กตาดังกล่าวให้กับ พิพิธภัณฑ์ "ออคคัลท์" ของ "เอ็ด วอร์เรน" ทุกวันนี้ยังมีรายงานว่า ทุกๆอาทิตย์แอนนาเบลจะออกมาจากกล่อง และสร้างความสยองขวัญให้กับผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์

4. "ฮาโรลด์ ตุ๊กตาผีตัวแรกของอีเบย์"
"ฮาโรลด์" เป็นตุ๊กตาผีสิงตัวแรก ที่ถูกนำมาประมูลในเว็บไซต์ "อีเบย์" คนขายเล่าประวัติว่ามันถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1930 และถูกนำมาใช้สำหรับแสดงหนังสั้นซึ่งหลายคนสังเกตว่ามันค่อยๆขยับร่างกายได้เอง หลังจากนั้นทำให้มันกลายมาเป็นตุ๊กตาผีสิงที่โด่งดังไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ต บทความตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือคลิปวิดีโอที่มีเสียงหมุนนิ้วมือขวา
5. "คิคุโกะ"
ตุ๊กตาตัวนี้อยู่ที่วัดมันเนน หมู่บ้านคุริซาว่า อ.โงจิ ฮอคไกโด เจ้าของตุ๊กตาชื่อว่า "คิคุโก" เธอรักตุ๊กตาตัวนี้มาก หลังจากเธอล้มป่วยและเสียชีวิตลง พ่อแม่ของเธอนำตุ๊กตาตัวนี้ไปไว้กับป้ายวิญญาณเพื่อเป็นเพื่อนเล่น แต่สิ่งที่ประหลาดคือตุ๊กตากลับมีผมยาวออกมาเรื่อยๆ และปากที่เคยหุบสนิทก็เปลี่ยนเป็นเผยอยิ้มขึ้นมาด้วย

6. "เมอร์ซี่ ผีเด็ก"
"เชอร์รี่ คุน" คือเจ้าของตุ๊กตาที่สูงถึง 45 เซนติเมตร ตัวนี้ ซึ่งคาดว่ามีวิญญาณเด็ก 7 ขวบสิงอยู่ ก่อนหน้านี้เธอประมูลตุ๊กตาตัวนี้เนื่องจากไม่เชื่อว่ามีเรื่องสยองขวัญอยู่จริง และเมื่อได้มันมาครอบครอง เธอใช้การถ่ายภาพและอัดวีดิโอ "เมอร์ซี่" ทั้งวันทั้งคืน
กลางดึกคืนวันหนึ่งหลังจากที่ถ่ายรูปเสร็จ จู่ๆวิทยุในห้องก็เปิดขึ้นเองและเปลี่ยนคลื่นไปมาเรื่อยๆ จากนั้นอีก 2 วัน "เชอร์รี่" ตื่นขึ้นมาและพบว่าตุ๊กตาหล่นจากตู้ แต่ไม่ได้หล่นลงมาในท่านั่ง มันกลับหล่นลงมาและยืนอยู่บนขาของมันเอง เชอร์รี่ตัดสินใจเก็บตุ๊กตานี้ไว้กับตัวเองแม้ว่าจะมีเรื่องแปลกๆก็ตาม

7. "ตุ๊กตาผี อลิส"
แมร์รี่ ฟอร์ด เป็นเจ้าของตุ๊กตาผีสิงตัวนี้ เธอเล่าวว่าสายตาของอลิสจะมองตามคุณไปรอบๆห้อง และจะแสดงสีหน้าเมื่อเธอไม่ชอบคุณ และจะส่งเสียงกรีดร้องในยามค่ำคืน

8. "ตุ๊กตา จูเลียต"
เอมิเลีย คือตุ๊กตาผีจากอิตาลี คุณพ่อชาวอิตาเลียนมอบให้ลูกสาวเพื่อเป็นของขวัญ แต่ลูกสาวของเขาเสียชีวิตจากการเกิดสงคราม ขณะที่ตุ๊กตาตัวนี้ก็สูญเสียแขนทั้งสองข้างและหนังศีรษะ ผู้เป็นแม่เชื่อว่าตุ๊กตาตัวนี้มีวิญญาณของลูกสาวสิงอยู่
9. "ตุ๊กตารัสเซีย Katja"
ตุ๊กตาตัวนี้มีที่มาจากตำนานของนางสนมรายหนึ่งของพระเจ้าซาร์ เมื่อปี 1730 เรื่องเล่าว่า สนมนางนั้นตั้งครรภ์ และเธอคาดหวังว่าจะได้บุตรชาย แต่โชคร้ายเด็กน้อยที่คลอดออกมากลับเป็นเพศหญิงและมีรูปร่างไม่สมบูรณ์ เด็กจึงถูกเผาทั้งเป็น ด้วยความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่จึงนำเอากระดูกมาผสมกับดินและทำเป็นตุ๊กตา เชื่อกันว่า ตุ๊กตาถูกเก็บรักษาอย่างดี เพราะมันคือสิ่งที่นำมาซึ่งคำสาปจากเด็กน้อยที่ทุกข์ทรมานจากการถูกเผา
มีเรื่องน่าขนลุกว่า ถ้าคุณจ้องตา Katja ประมาณ 20 วินาที ตุ๊กตาตัวนี้จะกระพริบตา นอกจากนี้ยังมีคนพยายามประกาศ
ขาย Katja ทางอีเบย์ แต่ภายหลังเว็บไซต์ชื่อดังกลับสั่งระงับการขาย เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมาย
10. "ตุ๊กตาที่ทำมาจากคนตาย"
ตุ๊กตาตัวนี้มาจากประเทศญี่ปุ่นทำขึ้นมาจากผิวหนังของคนที่ตายแล้ว ซึ่งผู้ครอบครองรับรู้ได้ถึงความเย็นชา และสิ่งของที่ "เคยมีชีวิต"

ที่มา: http://www.tnews.co.th/html/news/60432/10-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7.html

วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

Libérée, délivrée de La Reine des Neiges - Clip Disney Channel



                                                         เพราะทุกเวอร์จริงๆ . ♥♥♥

 http://www.youtube.com/watch?v=PV6A_BTIPoM

Tchaikovsky: Swan Lake - The Kirov Ballet


สวยเวอร์ ♥♥♥♥♥♥


Je ne sais pas ♥ ><


แง่คิดชีวิตงาม - ขาว ดำ


อาจจะมีคนเคยอ่านแล้ว อ่านอีกครั้งก้อได้คิดอีกครั้งมีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่ง คุณครูเดินเข้ามาแล้วชูกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่งมันเป็นกระดาษขาวที่มีจุดสีดำอยู่ตรงกลางแล้วครูจึงถามนักเรียนว่า เธอเห็นอะไรนักเรียนจึงตอบว่าเห็นจุดสีดำคุณครูพูดว่า แล้วเธอไม่เห็นกระดาษขาวแผ่นนี้เหรอ?นักเรียนจำเรื่องนี้ได้จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่เลยเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าคนส่วนมากมักจะมองเห็นสิ่งไม่ดีมากกว่าสิ่งที่ดีซึ่งที่จริงแล้ว เราควรจะหัดให้เห็นสิ่งดีมากกว่าสิ่งที่ไม่ดีโดยเฉพาะเวลาที่เรามองคนอื่น หากเรามองข้อดีของเขาเราจะรู้สึกสบายใจ และบรรยากาศรอบข้างก็จะดีด้วย


http://www.watpon.com/life/life1.htm

แง่คิดชีวิตงาม - ไม่เป็นไร ไม่ต้องทอน


เจ้าเด็กชายตัวน้อยของเราเข้าไปหาแม่และส่งกระดาษให้หลังจากแม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้ว 

เธอก็ก้มลงอ่านค่าตัดหญ้า 5.00 บาท

ค่าทำความสะอาดห้องของผมอาทิตย์นี้ 1.00 บาท

ค่าซื้อของให้แม่ 2.50 บาทค่าดูแลน้องชาย 2.50 บาท

ค่าเอาขยะไปทิ้ง 1.00 บาทค่าได้คะแนนดี 5.00 บาท

ค่าทำความสะอาดและกวาดสนาม 2.00 บาท

รวมค้างชำระ 19.00 บาท

แม่มองลูกชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างคาดหวังเธอหยิบปากกาขึ้นมา พลิกกระดาษ ไปด้านหลังแล้วเขียน

 :- เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้องลูก ไม่คิดเงิน

- เวลาที่แม่นั่งกับลูก พยาบาลลูก และสวดมนต์ให้ลูก ไม่คิดเงิน

- ค่าที่ลูกทำให้แม่เสียน้ำตาเป็นปี ๆ ไม่คิดเงิน

- หลายคืนที่แม่มีความหวาดระแวงกับความกังวล ที่แม่รู้รออยู่ข้างหน้า ไม่คิดเงิน

- ของเล่น อาหาร เสื้อผ้า และแม้แต่เช็ดน้ำมูกให้ ไม่คิดเงินหรอกจ๊ะลูก

- และเมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันจะเป็นราคาเต็มของความรักที่แท้จริงไม่คิดเงินเหมือนกันจ๊ะเมื่อลูกชายของเราอ่านสิ่งที่แม่เขียน น้ำตาหยดโต ๆ ก็ไหลออกมาเขาสบตาแม่และพูดว่า "แม่ครับ ผมรักแม่จริง ๆ นะครับ"แล้วเขาก็เอาปากกาเขียนหนังสือตัวโตว่า => "จ่ายหมดแล้ว"

ที่รักเธอรักด้วยชีวิต อย่าคิดเลยรักไปเท่าไร ที่ให้เธอแม้มันจะหมดหัวใจ 

ไม่เป็นไร ไม่ต้องทอน

http://www.watpon.com/life/life1.htm


แง่คิดชีวิตงาม - บอล 5 ลูก

หากชีวิตเราเปรียบเสมือนเกมโยนบอล 5 ลูกสลับกันไปในอากาศคล้ายนักเล่นกล
บอลทั้ง 5 เปรียบได้กับ งาน, ครอบครัว, สุขภาพ, เพื่อนและจิตใจ
เราคงต้องบอกว่า งาน นั้นคงต้องเป็นลูกบอลยาง
ซึ่งแม้ว่าเราจะพลาดพลั้งทำตกกี่ครั้งมันก็สามารถที่จะกระเด้งกระดอนกลับมา
ให้เรานำกลับมาเล่นต่อได้
แต่บอลอีก 4 ลูกที่เหลือ คือ ครอบครัว สุขภาพ เพื่อน
และจิตใจนั้นเป็นเช่นลูกแก้ว การพลาดพลั้งทำลูกใดลูกหนึ่งตกไปนั้น
แม้เป็นเพียงแค่รอยถลอก รอยตำหนิเล็กๆ รอยหัก แหว่ง
หรือแตกละเอียด
ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถแก้ไขให้มันกลับมาเป็นลูกแก้วที่แววใสดังเดิม ไ ด้
ดังนั้นเราจึงควรระลึกอยู่เสมอว่า.....ชีวิตเราคือ.....การต่อสู้ประคับประคอง
บอลทั้ง 5 ลูกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงให้สมดุลย์มากที่สุด.....
ทำอย่างไรน่ะหรือ ??
อย่างแรก.....
** จงอย่าประเมินค่าของตัวเองให้ต่ำต้อย โดยการเปรียบเทียบกับคนอื่น
พึงระลึกเสมอว่าเราทุกคนล้วนแตกต่าง กัน
และทุกคนก็มีความพิเศษเป็นของตนเอง โดยเฉพาะ
อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้ค่า โดยการปล่อยเวลาให้ผ่านไป
** จงคิดว่าทุกๆ วันที่ผ่านพ้นไปคือส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
อย่าเพิ่งละความพยายามเมื่อเจอปัญหา
** จงจำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะจบสิ้นเมื่อคุณทิ้งความพยายามของคุณเอง
อย่ากลัวที่จะยอมรับว่าเราไม่ใช่คนที่สมบูรณ์ พร้อมในทุกอย่าง
เพราะการหลงตัวเองจะเปรียบเสมือนผมเส้นบางๆที่บังตาไม่ให้คุณมองเห็นผู้คนรอบข้าง
** จงอย่ากลัวการเสี่ยง
เพราะมันคือโอกาสที่คุณจะได้เรียนรู้ถึงความกล้าหาญ
อย่าทิ้งความรักไปจากชีวิต โดยการบอกว่ามันไม่มีทางที่จะหาพบ
หนทางที่ง่ายที่สุดที่จะได้รับความรักคือการรู้จักให้
และการรักษาความรักที่ดีที่สุดคือการให้อิสระกับมัน จำไว้ว่า
ยิ่งคุณพยายามไขว่คว้ามันไว้กับตัวคุณมากเท่าไร
มันก็ยิ่งจะจากไปจากคุณได้เร็วเท่านั้นอย่าพิจารณาชีวิตของคุณเร็วเกินไป
จนคุณลืมที่จะนึกว่าคุณมาจากที่ไหนและ
คุณกำลังจะไปที่ใด
พึงตระหนักว่าความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เราต้องการคือความประทับใจ
จงอย่ากลัวการรับรู้ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ความรู้นั้นไร้น้ำหนัก
แต่เป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่าที่มันจะติดตัวคุณไปและจะไม่มีใครที่สามารถขโมยมันไปจากคุณได้
จงใช้เวลาและคารมอย่างระมัดระวัง
เพราะทุกสิ่งที่ผ่านไปจะไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้เหมือนสายน้ำที่ไม่มีวัน
จะไหลย้อนกลับ
** จงรู้ว่า ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน
แต่ชีวิตคือการเดินทางคือการสัมผัสรับรู้ในแต่ละก้าวที่เดินไป
** และสุดท้าย จงจำไว้ว่า ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง ...

แง่คิดชีวิตงาม - แด่ลูกรัก

เดินชนคนแปลกหน้า ฉันเอ่ยขอโทษ ไม่ตั้งใจ เขากลับตอบ "ขออภัย ผมเองไม่ทันเห็นคุณ"
เราต่างสุภาพ ถ้อยทีถ้อยอาศัย แสดงน้ำใจ แม้ไม่รู้จักกัน
แต่ที่บ้านเย็นวันนั้น ฉันทำอาหารอยู่ในครัว ลูกสาวตัวน้อยแอบมายืนข้างหลัง ไม่ทันระวัง ฉันหันกลับมาชน เธอล้มลง
"อย่ามายืนเกะกะ" ฉันดุใส่
ลูกสาวเดินจากไป หัวใจเธอปวดร้าว และคืนนั้นฉันได้ยินเสียงกระซิบจากเบื้องลึกของหัวใจ
"กับคนแปลกหน้าเจ้าสุภาพได้ กับลูกรักชิดใกล้ ทำไมทำได้ลงคอล่ะ"
เรานึกกลับไป เรามองดูที่พื้นครัว ดอกไม้หลากสีที่ลูกเราอุตส่าห์เก็บมาหวังให้เราแปลกใจ
ตกเกลือนอยู่ทั่วไป น้ำตาเธอไหล "เหตุใดฉันไม่แลเห็น" ฉันเพิ่งรู้ตัว เลยค่อย ๆ ย่องเข้าไปนั่นคุกเข่าข้างเตียงลูก
"ตื่นเถิดคนดี ดอกไม้นี่ลูกเก็บมาให้แม่หรือ"
ลูกตอบ "ใช่ค่ะ หนูเห็นดอกไม้บาน สวยงามเหมือนคุณแม่ รู้ว่าคุณแม่ต้องชอบ โดยเฉพาะดอกสีน้ำเงิน"
ฉันตื้นตันใจนัก "ลูกรัก แม่ขอโทษจริง ๆ ที่เอ็ดหนู"
"แม่จ๋า ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูรักแม่"
"แม่ก็รักลูก แม่ชอบดอกไม้ของหนูมาก โดยเฉพาะสีน้ำเงินจ๊ะ"
หากเราตายจากไปในวันพรุ่งนี้ อีกไม่กี่วันนายจ้างก็หาคนใหม่มาทำแทนได้
แต่ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังอาจโศกเศร้าไปชั่วชีวิต ลองคิดดูว่าคุ้มไหม
หากเราจะทุ่มเทตัวเองให้กับงานมากกว่าครอบครัว
รู้ไหมคำว่า FAMILY ย่อมาจาก
FAMILY = Father And Mother I Love You
ให้เวลากับพ่อ-แม่ของคุณมากขึ้นยามท่านแก่ตัวลง รู้จักแบ่งเวลาให้กับงานและคนที่บ้านให้สมดุลกัน
หากมีใครมาบอกให้จัดความสำคัญเสียใหม่ จงย้อนถามกลับไปว่าครอบครัวสำคัญน้อยกว่าหรือไร?

แง่คิดชีวิตงาม - เชอรี่พันธุ์ดี



เรื่องมีอยู่ว่ามีพ่ออยู่คนหนึ่งได้ต้นเชอรี่พันธุ์ดีมา ก็เอามาปลูกไว้ที่บ้านและสั่งให้ทุกคนในบ้านช่วยกันดูแลเพื่อว่าเมื่อต้นเชอรี่โตขึ้นทุกคนจะได้กินผลที่อร่อยจากต้นเชอรี่พันธุ์ดีนี้และคุณพ่อเองก็เฝ้ารดน้ำ ใสปุ๋ยดูแลมันอย่างดีเป็นเชอรี่ต้นโปรดของคุณพ่อทีเดียว อยู่มาวันหนึ่งขณะที่คุณพ่อออกไปทำงานลูกชายชื่อจอร์จซึ่งได้ขวานเล็ก ๆ อันใหม่มา ด้วยความซนก็ฟันนู่นฟันนี่แล้วก็ไปโดนต้นเชอรี่แสนรักของคุณพ่อเข้าต้นเชอรี่ค่อย ๆ เอนตัวแล้วก็ล้มลงกับพื้นเหลือแต่ตอที่อยู่เหนือพื้นดินมาไม่กี่นิ้ว เมื่อคุณพ่อกลับมาถึงบ้านเห็นต้นเชอรี่แสนรักในสภาพอย่างนั้น ก็ตกใจมาก เรียกทุกคนในบ้านมาถามก็ไม่มีใครทราบจนคุณพ่อนึกถึงลูกชายคนนี้ก็ตะโกนเรียกด้วยเสียงอันดังว่า "จอร์จ มานี่ซิ " จอร์จก็เดินออกมาหาคุณพ่อคุณพ่อได้ถามจอร์จว่า"จอร์จ ลูกรู้ไหมว่าทำไมต้นเชอรี่ถึงเป็นแบบนี้"จอร์จก้มหน้าแต่ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นตอบคุณพ่อว่า"ผมไม่กล้าโกหกคุณพ่อหรอกครับว่าผมเป็นคนเอาขวานฟันต้นเชอรี่นี้เอง"คุณพ่อบอกจอร์จว่า "เข้าไปรอพ่อในบ้าน" ….จอร์จเดินเข้าไปรอคุณพ่อในห้องของเค้า เวลาผ่านไปพักใหญ่ ๆ คุณพ่อก็เข้ามาในห้องและถามจอร์จว่า "ทำไมลูกถึงตัดต้นเชอรี่ที่อีกหน่อยทุกคนในบ้านจะได้กินผลจากมันล่ะ"จอร์จตอบคุณพ่อว่า "ผมไม่ได้ตั้งใจครับผมทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผมเอง"แล้วจอร์จก็ก้มหน้าลง หน้าแดงด้วยความละอายแล้วก็ได้ยินเสียงคุณพ่อพูดว่า"จอร์จ ลูกดูหน้าพ่อซิ ถึงพ่อจะรู้สึกเสียใจที่ต้นเชอรี่ที่พ่อรักถูกโค่นไป แต่พ่อก็ดีใจยิ่งกว่าที่ลูก ของพ่อซื่อสัตย์และกล้าหาญที่ยอมรับในการกระทำของตัวเอง ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ถึงแม้จะมีเชอรี่พันธุ์ดีเต็มสวน ก็ไม่มีประโยชน์อะไร"จอร์จจดจำเรื่องราวเหล่านี้และใช้ความกล้าหาญและซื่อสัตย์ตลอดมาจนแม้กระทั่งในการดำรงฐานะเป็นประธานาธิบดี "จอร์จ วอชิงตัน"เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของท่านประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตันฟังแล้วประทับใจในวิธีการสอนของคุณพ่อ แทนที่คุณพ่อจะทำโทษลูกด้วยวิธีอันรุนแรง เกรี้ยวกราดกับลูก หรือให้ความสำคัญกับสิ่งของ แต่คุณพ่อกลับพูดกับลูกอย่างอ่อนโยนด้วยถ้อยคำที่ทำ ให้ลูกต้องจดจำไปตลอดชีวิต ถ้าคุณพ่อทำโทษแรงๆ ก็อาจจะไม่มีประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตันแบบนี้ก็ได้…..ในชีวิตมีสักครั้งไหมที่เราจะใส่ใจกับสิ่งที่ยังอยู่แทนที่จะมัวแต่เสียดายสิ่งที่ไม่มีวันได้คืน....


http://www.watpon.com/life/life1.htm