วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

เที่ยวเนเธอรแลนด์ หนึ่งในประเทศที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก ...

จากการรายงานข่าวในหลายๆ ด้าน ประเทศ เนเธอร์แลนด์ น่าสนใจสำหรับเรามากๆ เพราะ เนเธอร์แลนด์ ติด 1 ใน 10 ของ 10 ประเทศที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก รวมถึง 10 อันดับ เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก 2013 แค่ 2 หัวข้อ ก็ทำให้เราสนใจแล้ว ยิ่งอยู่ในยุโรป ที่สามารถเที่ยวได้หลายประเทศในเวลาใกล้ๆ กันมันยิ่งทำให้เราฝันใฝ่ที่จะไปให้ได้ในสักวัน…


เนเธอร์แลนด์ (ดัตช์: Nederlands; อังกฤษ: Netherlands) หรือที่มักเรียกกันว่า ฮอลแลนด์ (อังกฤษ: Holland) หรือ ฮอลันดา เป็นประเทศซึ่งตั้งอยู่ในยุโรปตะวันตกตอนเหนือ ชื่อประเทศมีรากศัพท์มาจากคำว่า “Neder” หรือ “ต่ำ” เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่ ของ เนเธอร์แลนด์ เป็นที่ราบลุ่ม และพื้นที่ประมาณหนึ่งในสี่ของประเทศต่ำกว่าระดับน้ำทะเล .. เนเธอร์แลนด์ ได้ปรับพื้นที่โดยการสูบน้ำออกจากทะเลสาบและทางน้ำต่าง ๆ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ เนเธอร์แลนด์ได้สร้างเขื่อน ทางระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศประสบภาวะอุทกภัย เนเธอร์แลนด์จึงมีสิ่งก่อสร้างด้านวิศวกรรมการจัดการน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก




Easy Dutch - Best of Basic Phrases





วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

Easy Dutch Episode 1 - Best of Basic Phrases



Il Paraît ..


Y'a pas de mot pour le dire
un peu plus et ce sera pire
Décrocher la lune si je n'ose
Craindre les heures qui s'enterrent
Celles qui sonnent toujours plus fières
Balancer les dires et les choses

Il parait que dans un idéal
Je t'emmène en cavale
Prisonnier du temps qui passe

Il parait que c'est un drôle de jeu
Qu'on ne peut faire qu'à deux (bis)

A toujours courber l'échine
A renier son origine
Pendu sur terre en overdose

Refrain

Il parait que c'est un drôle de jeu
Qu'on ne peut faire qu'à deux
Prisonnier du temps qui passe
S'avouer que plus rien ne menace en face

Refrain

http://musique.ados.fr/Patrick-Fiori/Il-Parait-t21128.html

Parler à mon père



Je voudrais oublier le temps
Pour un soupir pour un instant
Une parenthèse après la course
Et partir où mon cœur me pouce

Je voudrais retrouver mes traces
Où est ma vie ou est ma place
Et garder l'or de mon passé
Au chaud dans mon jardin secret

Je voudrais passer l'océan, croiser le vol d'un goéland
Penser à tout ce que j'ai vu ou bien aller vers l'inconnu
Je voudrais décrocher la lune, je voudrai même sauver la terre
Mais avant tout je voudrais parler à mon père
Parler à mon père...

Je voudrais choisir un bateau
Pas le plus grand ni le plus beau
Je le remplirais des images
Et des parfums de mes voyages

Je voudrais freiner pour m'assoir
Trouver au creux de ma mémoire
Des voix de ceux qui m'ont appris
Qu’il n'y a pas de rêve interdit

Je voudrais trouver les couleurs, des tableaux que j'ai dans le cœur
De ce décor aux lignes pures, où je vous voie et me rassure,
Je voudrais décrocher la lune, je voudrais même sauver la terre,
Mais avant tout, 
Je voudrais parler à mon père..
Je voudrais parler à mon père..

Je voudrais oublier le temps
Pour un soupir pour un instant
Une parenthèse après la course
Et partir où mon cœur me pouce

Je voudrais retrouver mes traces
Où est ma vie, où est ma place
Et garder l'or de mon passé
Au chaud dans mon jardin secret

Je voudrais partir avec toi
Je voudrais rêver avec toi
Toujours chercher l'inaccessible
Toujours espérer l'impossible
Je voudrais décrocher la lune,
Et pourquoi pas sauver la terre,
Mais avant tout, je voudrais parler à mon père
Parler à mon père..
Je voudrais parler à mon père
Parler à mon père..

อัมสเตอร์ดัม ..♥

อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (Amstel) เริ่มก่อตั้งประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ มีประชากรในเขตตัวเมืองประมาณ 742,000 คน แต่ถ้านับรวมประชากรในเขตเมืองโดยรอบทั้งหมด จะมีประมาณ 1.5 ล้านคน (ข้อมูลปี 2005)
อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรปโดยเฉพาะช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของเนเธอร์แลนด์
ถึงแม้อัมสเตอร์ดัมจะเป็นเมืองหลวงของประเทศ แต่ศูนย์กลางของหน่วยงานรัฐบาลนั้นอยู่ที่เฮก

   

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สุดยอด 10 เทศกาลและงานเฉลิมฉลองที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของโลก . .

1. เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเควียร์ก (Albuquerque International Balloon Fiesta) รัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico) ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 5-13 ตุลาคม
เทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเควียร์ก (Albuquerque International Balloon Fiesta) รัฐนิวเม็กซิโก (New Mexico) ประเทศสหรัฐอเมริกา
หมูจะบินได้จริงๆ ก็คราวนี้ ในเทศกาลที่รวบรวมบอลลูนอากาศร้อน รวมไปถึงบอลลูนรูปร่างพิเศษต่างๆ (Special Shape Rodeo) ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกมาแสดง ที่มีทั้งบอลลูนรูปร่างพิเศษต่างๆ (Special Shape Rodeo) และการปล่อยบอลลูนหมู่ (Mass Ascension) เมื่อบอลลูนนับพันๆ ลูกลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมเสียงเพลงชาติอเมริกาที่ดังกระหึ่มขึ้น

2. เทศกาลลอยกระทง จ.สุโขทัย ประเทศไทย ประมาณเดือนพฤศจิกายน โดยปี 2556 นี้ตรงกับ 17 พ.ย.
เทศกาลลอยกระทง จ.สุโขทัย ประเทศไทย
ประเทศไทย (และบางพื้นที่ของลาวและพม่า) เฉลิมฉลอง “ขบวนแห่ลอยน้ำ” ด้วยการลอยแพที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ และการปล่อยโคมลอยสู่ท้องฟ้า โดยมีการจุดดอกไม้ไฟและงานรื่นเริงร่วมด้วย
3. งานคาร์นิวัล (Carnival) กรุงรีโอเดจาเนโร (Rio de Janero) ประเทศบราซิล
งานคาร์นิวัล (Carnival) กรุงรีโอเดจาเนโร (Rio de Janero) ประเทศบราซิล
งานคาร์นิวัลแห่งเมืองรีโอคืองานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของโลกแล้ว จิตวิญญาณแห่งแซมบ้าอันเป็นตำนานของบราซิลสะท้อนออกมาได้เยี่ยมยอดที่สุดผ่านวงดนตรีในขบวนพาเหรดที่นำโดยมือกลองและนักร้อง โดยมีส่วนที่สำคัญที่สุดของงาน คือการแสดงของโรงเรียนสอนเต้นแซมบ้าในแซมบ้าโดรม (Sambadrome)

4. อ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) เมืองมิวนิก (Munich) ประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนตุลาคม
อ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) เมืองมิวนิก (Munich) ประเทศเยอรมนี
ผู้ที่สนใจไปร่วมงานไม่ถึงกับต้องลุกขึ้นมาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดเต็มยศเหมือนอย่างพวกหนุ่มๆ เหล่านี้ก็ได้ แต่ก็ถ้าอยากร่วมสนุกและเต็มที่ไปกับงาน ก็ขอเชิญแต่งตัวเท่ห์และสวยในแบบฉบับเยอรมัน แล้วมาดื่มด่ำไปกับเบียร์เยอรมันภายในงาน นอกเหนือไปจากเต๊นท์เบียร์แล้วก็ ยังมีสวนสนุกขนาดใหญ่ให้เพลินเพลินอีกด้วย

5. เทศกาลเผาหุ่น (Las Fallas) เมืองวาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน ช่วงเดือนพฤษภาคม
น่าเสียดายที่ปีนี้คุณพลาดไปเสียแล้ว แต่เชื่อไหมว่าชาววาเลนเซียเองก็อาจจะเริ่มลงมือตระเตรียม ฟาลยา (falla) หรือโมเดลขนาดใหญ่ที่ทำมาจากตุ๊กตาหรือหุ่นกระดาษ สำหรับปีหน้ากันแล้ว เพราะว่าใช้เวลาในการทำนานเป็นเดือนๆ ทั้งหมดก็เพื่อนำเข้าร่วมขบวนพาเหรดที่มุ่งสู่กองไฟกองใหญ่นั่นเอง

6. เทศกาลช้าง เมืองชัยปุระ (Jaipur) ประเทศอินเดีย ในวันที่16 มีนาคม
เทศกาลช้าง เมืองชัยปุระ (Jaipur) ประเทศอินเดีย
ช้างมีความสำคัญเสมอมาในสังคมของชาวอินเดีย เป็นการแสดงความขอบคุณต่อพระพิฆเนศวร เทพในศาสนาพราหมณ์ที่มีเศียรเป็นช้าง ผู้ซึ่งเป็นองค์สำคัญในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ และเป็นเหมือนผู้นำของเหล่าช้างทั้งหลาย

7. เทศกาลโคมไฟผิงซี (PingXi Sky Lantern Festival) กรุงไทเป (Taipei) ประเทศไต้หวัน
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์
เทศกาลโคมไฟผิงซี (PingXi Sky Lantern Festival) กรุงไทเป (Taipei) ประเทศไต้หวัน
ในขณะที่โคมไฟจีนได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลฤดูร้อน และในรายงานการพบยูเอฟโอในสหราชอาณาจักร พบว่าไทเปกลับมีการปล่อยโคมกว่า 150,000 ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน

8. เทศกาลอูฐเมืองพุชคาร์ (Pushkar Camel Fair) ประเทศอินเดีย ในวันที่ 6-17 พฤศจิกายน
เทศกาลอูฐเมืองพุชคาร์ (Pushkar Camel Fair) ประเทศอินเดีย
ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากพบอูฐตัวจริง คุณจะต้องอยากไป “การชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของชนเผ่าของอินเดีย” เพราะว่าที่นี่มีอูฐกว่า 20,000 ตัวบนทะเลทรายราชาสถาน (Rajasthan dessert) และยิ่งหากคุณกำลังมองหาพาหนะที่ไม่มีทั่วไปในบ้านเรา อูฐก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าลอง
9. วันแห่งความตาย (Days of the Dead) ประเทศเม็กซิโก ในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน
ต่อเนื่องมาจากฮัลโลวีน วันแห่งความตาย (Los Dias de los Muertos) นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทั่วโลกรู้กันดีถึงการฉลองให้กับคนตาย “ผู้ที่ยังอยู่” เชิญดวงวิญญาณ (ญาติสนิทเท่านั้น ไม่ใช่ใครก็ได้นะเออ) ให้มาเยี่ยมครอบครัว อย่างน้อยๆ ทั้งคนเป็นและคนตาย ทุกคนก็จะได้รับประทานขนมและอาหารในแบบสยองขวัญกันถ้วนหน้า



10. เทศกาลน้ำแข็งเมืองฮาร์บิน (Harbin Ice Festival) ประเทศจีน ช่วงเดือนธันวาคม - มกราคม
เทศกาลน้ำแข็งเมืองฮาร์บิน (Harbin Ice Festival) ประเทศจีน
ฮาร์บิน (Harbin) เมืองหลวงของมณฑลเหยหลงเจียง (Heilongjiang) อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน เป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลน้ำแข็งและหิมะอันเย็นยะเยือกนี้ มีจุดเด่นคือการแกะสลักน้ำแข็ง การแสดงตะเกียงน้ำแข็ง เลื่อนน้ำแข็ง เรือใบน้ำแข็ง ฮ็อกกี้น้ำแข็ง ฟุตบอลน้ำแข็ง และอื่นๆ อีกมากมายเท่าที่จะสามารถโยงไปกับน้ำแข็งได้

เพลงวันคริสต์มาส ..

     เพลงคริสต์มาสเริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 แต่งโดยพระสงฆ์และฆราวาส มีเนื้อร้องเป็นภาษาลาติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้สนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่

          เพลงคริสตมาสแบบใหม่นี้ เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน เพราะมีท่วงทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดีในโอกาสคริสต์มาส เพลงเหล่านี้มีทั้งที่เป็นภาษาลาติน และภาษาพื้นเมือง เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ.1274) และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เพลง Oh Come, All Ye Faithful หรือ Adeste Fideles ในภาษาลาติน เพลงคริสต์มาสที่นิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ เพลง Silent Night, Holy Night

          ความเป็นมาของเพลงนี้มาจากวันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ.1818 คุณพ่อโจเซฟ โมห์ (Joseph Mohr) เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ (Oberndorf) ประเทศออสเตรีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับร้องไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ จึงมีการแต่งเพลงคริสต์มาสใหม่ นำไปให้เพื่อนชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) ใส่ทำนองในคืนวันที่ 24 นั่นเอง และเล่นเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยมีการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก

ต้นฮอลลี่

ต้นฮอลลี่ เป็นต้นไม้พุ่มเตี้ย และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส เชื่อกันว่า สีเขียวของต้นฮอลลี่มีความหมายถึง การมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ และมีความสัมพันธ์กับพระเยซู โดยผลสีแดงของต้นฮอลลี่นั้นหมายถึงหยดเลือดของพระเยซูที่ไหลลงบนไม้กางเขน ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักที่มีต่อพระเจ้า ใบไม้ที่มีหนามของต้นฮอลลี่เป็นสิ่งที่เตือนพวกเราถึงมงกุฏหนามที่พวกชาวทหารโรมันได้นำมาวางไว้บนศีรษะของพระเยซูคริสต์


ดอกไม้คริสต์มาส หรือ Poinsettia

ตำนานของดอก Poinsettia ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวันคริสต์มาส มาจากเรื่องราวของเด็กหญิงจนๆ คนหนึ่ง ที่ต้องการหาของขวัญไปมอบให้พระแม่มารีในวันคริสต์มาสอีฟ แต่เนื่องจากเธอไม่มีสิ่งของใดๆ ติดตัว จึงเดินทางไปตัวเปล่า และระหว่างทางเธอได้พบกับนางฟ้าที่บอกให้เธอเก็บเมล็ดพืชไว้ ต่อมาเมล็ดพืชนั้นกลับเจริญเติบโตเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีเลือดหมูสดใส ซึ่งก็คือดอก Poinsettia ตั้งแต่นั้นดอก Poinsettia ก็ได้รับความนิยมใช้ประดับประดาบ้านในงานคริสต์มาส